วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

chill chill @ หลวงพระบาง (6)

วันสุดท้ายของการท่องเที่ยวที่หลวงพระบางแล้วคร๊าบบ วันนี้ไม่ตื่นเช้าไม่ได้เพราะตั้งใจไว้ว่าจะตื่นมาตักบาตรข้าวเหนียวกันครับ (เพราะเมื่อวานขี้เกียจตื่น 5555) แต่กว่าจะลุกจากเตียงกันมาได้ก็เกือบจะไม่ทันตักบาตรกันเลยทีเดียว เหอๆ และเพียงก้าวออกจากโรงแรมที่พักมาหน้าปากซอยไม่ทันไร ก็เจอแม่ค้าหลายเจ้าเข้ามาแทบจะรุมทึ้งกันเลย 555 แบบว่าไม่ต้องเสียเวลาเดินหาข้าวเหนียวมาใส่บาตรกัน มีมาถวายให้ถึงที่ ^ ^a


พระและเณรที่นี่เค้าจะเดินกันเป็นระเบียบมากเลยครับ ทั้งคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยวก็ต่างกันพาใส่บาตรกันอย่างพร้อมเพรียง นักท่องเที่ยวบางส่วนก็เก็บภาพกันยกใหญ่ ส่วนพวกเราก็ได้มีโอกาสใส่บาตรข้าวเหนียว+ขนมหวาน กับเค้าด้วยก็ได้บรรยากาศ อิ่มบุญกันเลยทีเดียว ^ ^

หลังจากใส่บาตรอิ่มบุญกันแล้ว เราก็เดินสำรวจตลาดเช้ากันอีกซักหน่อยก่อนหาไรลงท้อง :P ซึ่งที่นี่มีของขายกันทั้งของคาว หวาน ของสด ของแห้ง ของกิน ของใช้ เอาเป็นว่า อยากได้อะไรที่นี่ก็มีให้หมดเช่นกัน สีสันความสดใสของตลาดเช้าก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทั้งชาวบ้านเองหรือนักท่องเที่ยวก็มีจำนวนไม่แพ้กัน ต่างก็มาจับจ่ายใช้สอยหาข้าวของกันอย่างชื่นมื่น ^ ^






จะเห็นว่าของสด นี่!! สดเจงๆ ดูจากมีทั้งไก่ป่า หรือแม้แต่กระทั่งเต่า หรือสาหร่ายสีเขียวๆนั่น!! อืมมมม เห็นแล้วไม่กล้ากินเลยอะ - . -" และหลังจากสำรวจตลาดเช้ากันพอหอมปากหอมคอ เราก็ออกเดินหาร้านอาหารเช้ากินกันดีกว่า ซึ่งร้านนี้เป็นร้านที่ในหนังสือแนะนำมาบอกว่า ขนมปังร้านนี้อร่อยมากกก!! แล้วจะให้พลาดได้ไง 555 ก็เลยเดินย้อนกลับมาที่สี่แยกหลักแล้วเดินไปอีกไม่ไกลพอได้เหงื่อก็ถึงแล้วครับ

ก็ดูจากเครื่องเทศทั้งหลายเหล่านี้ดูซิครับ จะไม่ให้อร่อยได้ไง 5555 แค่นึกก็น้ำลายไหลแย้ววว แต่ไม่ได้สั่งแค่ขนมปังอย่างเดียวนะครับ เรายังสั่งเฝอหมูยออีก 1 ชาม รสชาดดีมากโซ๊ยกันไม่เหลือเลย 555 (ไม่ต้องอิจฉา กินเผื่อแล้วหละ อิอิ)




หลังจากอิ่มท้องก็พากันหอบพุงน้อยๆกันกลับที่พัก เพื่อไปอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนผ้าผ่อนกันซักหน่อย แล้วค่อยออกไปหาไรกินกันต่อ 5555

หลังจากอาบน้ำให้สดชื่นกันแล้วก็ออกเดินตามหาร้านกาแฟชื่อดังของที่นี่ ซึ่งเดินผ่านตลาดเช้าไปริมแม่น้ำโขงก็จะพบกับร้านกาแฟชื่อดังของที่นี่ก็คือ "ร้านกาแฟประชานิยม" ไงหละครับ คนเยอะมาก ต้องยืนรอคิวกันกินกาแฟกันเลยทีเดียว ~.~! แต่นึกว่าเราจะยอมแพ้หรอ 555 เสียใจ! มาแล้วไม่กินจะได้หรอ ก็เลยยืนรอจนได้ที่นั่งทำเลค่อนข้างดีก็คือ ด้านหน้าแม่ค้าเลยครับ ^ ^ เลยได้เห็นวิธีการขั้นตอนการชงกาแฟด้วยเลย ^ ^ เห็นแล้วเป็นต้องสั่งกาแฟมากิน ราคาก็แสนแพง!!!! แก้วละไม่ถึง 10 บาท จะจ่ายไหวมะเนี่ยะ 5555






พอได้ลิ้มลองกาแฟรสเด็ดแล้วก็ใกล้เที่ยงอีกแล้วอะ (กินตั้งแต่เช้า จนจะเที่ยวก็ยังไม่วาย 555) จึงเดินตามหาร้านอาหารกลางวันร้านสุดท้ายของการเดินทาง ซึ่งเป็นร้านที่ในหนังสือแนะนำอีกเช่นกัน หุหุ ไม่ไกลจากร้านกาแฟเท่าไหร่ เดินเรียบแม่น้ำโขงดูวิวไปเพลินๆก็ถึงครับ "ร้านสมจัน" พอนั่งปุ๊บ ก็สั่งปั๊บ 55 กินกันสองคน สั่งไม่น้อยเลยทีเดียว ก็มีทั้ง ส้มตำ(ไม่ใส่กะปิ), ไก่ย่าง, สาหร่ายสีเขียวโรยงา, ต้มยำทะเล และข้าวเหนียว







อิ่มจัง!!!! หมดไม่มีเหลือ กร๊ากกกก นั่งพักชมวิวกันอีกซักแป๊บนึง ก็เกือบบ่ายแระ ยังมีที่ตั้งใจจะไปอีก 2 ที่คือ วัดเชียงทอง กับ วัดวิชุนราช จะเดินทางกันยังไงดีหละ แบบว่าคนละทิศเลย เหอๆ ก็เลยว่าจ้างรถตุ๊กๆก็แล้วกัน เหมาซะเลยให้พาไปวัดทั้งสองแห่งนั้น


ที่แรกที่ไปถึงก็คือ วัดเชียงทอง ซึ่งถือว่าเป็นวัดที่สำคัญและสวยงามที่สุด ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว ^ ^ มีพระอุโบสถหลังใหญ่มากครับ และด้านข้างและด้านหลังก็มีวิหารอีก 2 หลังตั้งอยู่ ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้กัน


เดินผ่านไปยังวิหารด้านหลังก็พบเด็กชายต่างชาติกำลังร่างรูปวิหารนี้อยู่ ฝีมือใช้ได้เลย เห็นขีดๆเขียนๆอยู่แป๊บนึงออกมาเป็นรูปวิหารซะแระ เก่งมักๆ ^ ^ นอกจากนั้นภายในวัดเชียงทอง ยังมีโรงเมี้ยนโกศ ซึ่งเป็นโรงเก็บราชรถพระโกศ ดูภายนอกสวยงามมากครับ แม้แต่ต่างชาติก็ยังไม่วายถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเหมือนกัน ^ ^ ภายในโรงเมี้ยนโกศเองก็มีราชรถอยู่ด้านในและพระพุทธรูปอีกหลายองค์ รวมทั้งไกด์ก็ยังพาชาวต่างชาติมาเชยชมให้ข้อมูลความรู้ต่างๆอีกด้วยครับ
หลังจากเก็บภาพกันซักพักเราก็ไปยังที่ท่องเที่ยวสุดท้ายของทริปนี้ครับ ก็คือ วัดวิชุนราช ครับ ซึ่งวัดนี้มีความแปลกไม่เหมือนกับวัดอื่นๆที่หลวงพระบางเลย ก็คือ ภายในวัดนี้มี พระธาตุโค้งมนเหมือนผลแตงโม ซึ่งก็คือ พระธาตุหมากโม นั่นเอง ^ ^
ในส่วนของพระอุโบสถ หรือที่ชาวลาวเรียกว่า สิม นั้น ซึ่งมีจุดเด่นคือ บริเวณคอชั้นสองจะยกระดับสูงขึ้นไป และมีช่อฟ้าแบบไทยอีกด้วยครับ ^ ^ แต่ที่เห็นว่าแปลกกว่าที่อื่นก็คือ บริเวณซุ้มประตูทางเข้าออก ซึ่งมีซุ้มไม่เหมือนใคร แปลกตา สวยดีเหมือนกันครับ


และหลังจากเก็บภาพกับพระธาตุหมากโม และตัวโบสถ์เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลากลับที่พักเพื่อไปนำสัมภาระ(ที่ฝากไว้ก่อนออกมาทานข้าวเที่ยงครับ) เดินทางกลับไปยังสนามบินครับ ซึ่งระหว่างที่กลับที่พักเราก็แวะไปรษณีย์เพื่อส่งโปสการ์ด เพื่อเป็นที่ระลึกกันก่อนซักนิสสครับ หย่อนผิดไปไม่ถึงนะครับ อิอิ

และหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เก็บมาฝากเพื่อนๆ ก็คือป้าย UNESCO เกือบไม่เห็นและเกือบลืมไปแล้วว่าเมืองหลวงพระบางนี้เป็นเมืองมรดกโลกซะด้วยครับ

และเมื่อกลับไปถึงที่พัก ทางโรงแรมก็มีรถตู้ขับไปส่งถึงสนามบินเลย งานนี้เลยประหยัดค่ารถไปได้อีกพอสมควร อิอิ เมื่อมาถึงสนามบินก็ไม่รอช้า เข้าคิว check-in กันก่อนเลย จะได้มีเวลาพักผ่อนให้หายเมื่อยซะหน่อย ถึงจะวันสุดท้ายก็ยังเสียเหงื่อ เมื่อยเท้ากันพอสมควร และท้ายสุดก็ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ติดตามทริปของผมมาจนถึงวันสุดท้าย และถ้ามีโอกาสก็เรียนเชิญ(ถึงกับเรียนเชิญกันเลยทีเดียว 555) เพื่อนๆแวะเวียนเข้ามาติดตามทริปต่อๆไปละกันนะคร๊าบบบ

แล้วพบกันใหม่กับ เที่ยววันยู๊ดดด ฉบับมาเลยเซียกันในเร็วๆนี้ครับผม ^ ^ สำหรับทริปนี้ บ๊าย บายกันไปก่อนแล้วกันนะคร๊าบบบบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น