หลังจากลงเรือไปเที่ยวถ้ำติ่งกันเรียบร้อยแล้ว เราก็นั่งรถกะป๊อมาต่อกันที่บ้านซ่างไห ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เค้าร่วมมือกันทำ "ทอผ้าไหม" กัน รวมทั้งทำ "เหล้าขาวดองสัตว์เลื้อยคลาน" กันยกใหญ่เลยทีเดียว =*= ซึ่งวิธีการทำผ้าไหมนั้น ชาวบ้านซ่างไหก็นั่งทำกันให้เห็นกันจะจะเลยค๊าบ และแต่ละบ้านก็ทำการทอผ้าเหมือนๆกันหมดทุกบ้านเลยอะครับทำให้เลือกไม่ถูกว่าจะช่วยอุดหนุนร้านไหนกันดี 555 ก็เลยช่วยอุดช่วยหนุนกันไปร้านละผืนสองผืน ^ ^


พอเดินผ่านไปหน่อยนึงก็เจอบ้านนึงกำลังขมักเขม้นกับการทำเหล้าอยู่พอดี เลยแอบไปถ่ายรูปมาเล็กน้อยครับ จะเห็นว่ามีถังใบใหญ่มักๆไว้ใส่ข้าวเหนียวกับแป้งที่เอาไว้หมักให้เกิดแอลกอฮอล์นั่นเองครับ โดยมีหนุ่มลาวท่านนึงกำลังปฏิบัติการอยู่พอดี ดูแล้วก็ไม่ค่อยน่าลิ้มลองซักเท่าไหร่ เหอๆ เมื่อเค้าได้แอลกอฮอล์มาแล้วก็จะนำมาใส่ขวดขนาดต่างๆขึ้นกับเจ้าตัวเลื้อยคลานขนาดที่แตกต่างกันด้วย และมีการจัดเรียงตัวเจ้าตัวพวกนั้นซะสวยงามเชียว ><"

ใครใคร่ซื้อก็ซื้อกันไปงานนี้ผมไม่ไหวอะคับ ระดับผมคงไม่ต้องโด๊ปขนาดนี้หรอกม๊างง 5555 ดูแต่ละขวดดิคับ ทั้งงูเขียว งูเห่า แมงป่อง บรึ๋ย~~ ><"

และหลังจากสนุกสนานกับการดูสัตว์เลื้อยคลานในขวดเหล้ากันแล้วก็เดินทางกันกลับเข้าตัวเมืองหลวงพระบางกันต่อครับ เนื่องจากเดี๋ยวจะเย็นย่ำกันซะก่อน แบบว่ามีตลาดมืดรออยู่อีกซะด้วย แต่ก่อนอื่นต้องกลับไปอาบน้ำแต่งตัวกันใหม่ซะหน่อย ก็อากาศมันร้อนนี่นา เหงื่อไหลไคลย้อยกันมามาก จะได้แจ่มใสอีกซะนิสสคับผม ^ ^
และหลังจากที่พวกผมอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้วก็ออกสำรวจตลาดมืดที่ถนนศรีสะหว่างวงศ์กันต่อเลยครับ ซึ่งเพียงเดินจากสี่แยกบริเวณ tourist information center ไปนิดหน่อยก็จะเจอซอยเล็กๆทางซ้ายมือ ซึ่งซอยนี้เป็นซอยที่รวบรวม ซุ้มอาหารต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตักข้าวแบบ buffet, มีซุ้มขายข้าวแกงต่างๆมากมาย, รวมถึงซุ้มขายพวกไก่ปิ้ง หมูปิ้ง แหนมปิ้ง ส้มตำ อู๊ยยย น้ำลายไหลเลยย หุหุ ดูเจ๊ร้านนี้ซิคับ ตั้งหน้าตั้งตาสับไก่กันอย่างเมามันส์เลยทีเดียว 555



และนี่ก็เป็นเมนูมื้อเย็นมื้อแรกของผมครับ มีทั้งปิ้งไก่ ปิ้งปลา ส้มตำ(ไม่ใส่ปลาร้า, ไม่ใส่กะปิ เพราะที่นี่เค้าชอบใส่กันมากครับ กะปิเนี่ยะ บังเอิญไม่ค่อยมัก เลยขอตัวไม่ทานเผื่อนะครับ) และก็มีข้าวเหนียวอีกกระติ๊ปนึงคับ ^ ^ อร่อยทีเดียว ราคาก็พอไหวครับไม่ค่อยแพงเท่าไหร่

พออิ่มท้องก็พร้อมเดินลุยตลาดมืดกันแล้วครับ ระยะทางในการเดินก็ยาวพอสมควรครับ เกือบโลนึงได้เลย เดินไปกลับก็เป็นกิโลเหมือนกันนะเนี่ยะ เล่นเอาเมื่อยได้นิสนึง แต่ก็เดินได้เพลินๆครับ แต่ที่ผิดหวังไปนิดนึงก็คือ ข้าวของที่เค้ามาขายกันนั้น ผมว่ามันคล้ายๆกับตอนที่เดินที่ night barzar ที่เชียงใหม่เลยอะคับ และดูเหมือนที่เชียงใหม่ของจะเยอะกว่าด้วยซ้ำ


แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่เทียบกันไม่ได้ก็คือ ความมีน้ำใจของชาวลาว น่ารักมากๆเลยครับ ผมก็ได้เดินและช่วยอุดหนุนของฝากเล็กน้อยคับ เป็นสร้อยข้อมือถักด้วยมือ ได้มา 2 เส้นครับ ไม่แพงครับ แค่เส้นละ 40 บาทเอง ถือว่าช่วยชาวบ้านกันครับ หลังจากเดินกันเมื่อยได้ที่แล้วเราก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อนเก็บแรงไว้เดินเที่ยวต่อวันพรุ่งนี้ครับ แต่ก่อนกลับก็ได้แวะดื่มน้ำปั่นของที่นี่ซะหน่อย

ซึ่งน้ำปั่นผลไม้ที่นี่ผมว่าดีมากๆเลยเนื่องจากเค้าจะใช้ผลไม้สดปั่นให้เลยครับ แถมยังถามด้วยอีกว่าจะให้เติมน้ำเชื่อมด้วยมั๊ย โอวว healty สุดๆ 555 ซัดไปแปร๊บเดียวดูดหมดแก้วเลย แบบว่ามันชื่นใจมักๆเลยครับ เมื่ออิ่มท้องก็กลับไปหลับปุ๋ยได้แระหละคร๊าบบบ ^ ^
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น